เพลงดังยอดฮิตได้รับความนิยมตลอดกาล
ความรู้สึกอีกด้านหนึ่งของมือที่สาม

ความรู้สึกอีกด้านหนึ่งของมือที่สาม

                ของของคนอื่นเป็นบทเพลงของวงดนตรี ฟาเรนไฮธ์ บทเพลงนี้แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของมุมมองความรักอีกด้านหนึ่งของคนที่เป็นมือที่สาม ในสังคมไทยมือมี่สามหรือเมียน้อยไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม คนที่เป็นมือที่สามแทบจะไม่มีจุดยืนของสังคมเลยด้วยซ้ำ แต่ในสภาพจิตใจลึกๆแล้วของมือที่สามรู้ดีมาโดยตลอดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่ทำมือที่สามมีสิทธิ์ทำได้มากน้อยแค่ไหน ในบทเพลงนี้บอกเล่าเรื่องราวและสภาพภาวะทางจิตใจของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรู้ว่าผิดนะแต่ก็ยังเลือกที่จะทำเพราะสิ่งที่ทำลงไปมันถลำลึกไปมากแล้ว ความรู้สึกคนมันไม่ใช่แค่การเล่นขายของเพราะมันไม่ได้มีแค่การแลกเปลี่ยนความจริงใจ ซื้อมาขายไปมันไม่ใช่แบบนั้น ในเนื้อเพลงชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นมือที่สามเธอรู้ดีว่ามันผิดเธอรู้ดีว่าคนที่เธอรักนั้นมีเจ้าของอยู่แล้วแต่จะให้เธอทำอะไรได้มากไปกว่าการรอคอย แล้วรอคอยอะไรนะหรอ รอคอยเวลาที่เจ้าของเขาเผลอเธอถึงจะได้เจอกับคนที่เธอนั้นรัก เรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ถ้าหลายคนได้ฟังเพียงแค่ผ่านๆอาจจะมองว่าผู้หญิงคนนี้ ไร้ยางอายและเป็นคนไม่ดี คนทั่วไปติดสินมือที่สามเพียงเท่านี้ แต่เพียง ของของคนอื่น เพียงแค่สะท้อนให้เห็นมุมมองอีกแง่หนึ่งของคนที่เป็นมือที่สามเท่านั้น เธอรู้ดีว่าเธอจะรักให้ตายยังไงสุดท้ายแล้วคนที่มาทีหลังก็คือมาทีหลังไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้และเธอก็เป็นคนที่เลือกเองที่จะรัก ไม่มีใครสามารถบังคับจิตใจของเธอได้เธอรู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว เธอกับคนรักก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี เพราะเขาไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียว เธอไม่มีสิทธ์เรียกร้องอะไรมากมาย ทำได้เพียงทำใจและยอมรับกับสิ่งที่เกิดเท่านั้น ไม่มีใครอยากเป็นหรอกมือที่สามถ้าเลือกได้จริงไหม แต่ถ้ารักไปแล้วจะให้หยุดรักมันอาจจะยากแต่มือที่สามต้องทำใจและเป็นฝ่ายที่ต้องเลือกเดินจากไปเอง “การที่ไปรักคนมีเจ้าของก็เหมือนกับการยืมรองเท้าของคนอื่นมาใส่ต่อให้พอดีแค่ไหน…สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี” ของของคนอื่นไม่ใช่ของเราอย่าไปเอามาของคนอื่นเขามาครอบครองอย่าไปอยากได้ทั้งๆที่รู้ว่าของมีเจ้าของ เพราะถ้าเจ้าของเขามาทวงคืนเราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองมัน ของของคนอื่นยังไงสะมันก็ไม่ใช่ของเรา

รู้ไหมว่าเพลงตราบาปเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมไทย

รู้ไหมว่าเพลงตราบาปเกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมไทย

ตราบาปเป็นบทเพลงที่วงดนตรีของ สกายพาส นำมาเสนอและเผยแพร่และในบทเพลงตราบาปนั้นไม่ใช่เป็นแค่เพลงธรรมดาทั่วไป แต่ยังเป็นบทเพลงที่สามารถสอนวัยรุ่นไทยในสังคมปัจจุบันอีกด้วย เนื้อหาในเพลงบอกถึงเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ผิดพลาดในการเดินทางชีวิตของเธอ เธอมีรักที่ยังอยู่ในช่วงวัยเรียนพบรักกันตอนที่เธอยังเรียนหนังสือแต่เรื่องมันไม่ใช่แค่นั้นเมื่อเธอรักคนรักของเธออย่างมากและไม่สนใจว่าใครจะพูดหรือสอนเธอยังไง พ่อแม่เธอก็เตือนเธอว่า อย่าไปปล่อยตัวเป็นผู้หญิงต้องเชื่อและรักนวลสงวนตัวบ้าง แต่เธอกลับรับฟังแต่ไม่ได้เชื่อคำเตือนของผู้ใหญ่เลย รับฟังจริงแต่ลึกๆเธอไม่เคยเชื่อใครเลย เธอสามารถยอมเสียตัวจนลืมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดหรือจะมีปัญหาอะไรตามมาทีหลังหรือไม่จนกระทั่งเหตุการณ์ของวันหนึ่งทำให้เธอรู้ว่า ผู้ชายคนรักของเธอไม่ได้รักเธอจริงๆสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอพลาดตั้งท้องขึ้นมาเธอทำอะไรไม่ถูกทำได้แค่เพียงรีบไปบอกคนรักแต่คำตอบมันทำให้เธอจุกเพราะคนรักของเธอบอกว่าไปเอาออกเถอะ คนรักของเธอให้เหตุผลว่าเขาไม่มีปัญญาดูแลหรอก ตัวเขายังเรียนหนังสืออยู่ เธอจึงบอกว่าต้องเอาออกจริงหรอแต่เขาคือลูกของเรา คนรักก็ยืนยันคำตอบเดิมๆ เธอเสียใจมากแต่ต้องตัดสินใจเอาลูกที่อยู่ในท้องออก เพราะคนรักของเธอหลังจากที่รู้ว่าเธอท้อง คนรักของเธอตีตัวออกห่างไปไม่โทรมาถามกระทั่งข่าวคราว เธอพยายามติดต่อไปหาคนรักแต่ไม่สามารถติดต่อได้เลยจึงเป็นสาเหตุที่เธอต้องตัดสินใจฆ่าลูกน้อยที่อยู่ในท้องของเธอ วันเวลาผ่านไปนานแต่ต่อให้นานเท่าไหร่ เธอยังคงนึกถึงเรื่องราววันเก่าๆเพราะมันเป็นภาพที่ติดตาและเป็น ตราบาป ติดตัวติดใจเธอไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เรื่องราวในบทเพลงจึงเป็นเรื่องราวที่สะท้อนสังคมไทยในปัจจุบันอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เพียงเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว แต่ในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาสังคมอย่างมาก หลังจากที่วงดนตรี สกายพาส ได้นำเสนอบทเพลงนี้ออกมา พวกเขาหวังเพียงว่าจะช่วยเป็นเพลงที่สอนคนและเป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นไทยอีกหลายๆคนอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของเพลงจุดธูปบอกแม่

จุดเริ่มต้นของเพลงจุดธูปบอกแม่

เพลงจุดธูปบอกแม่นี้มาจากชีวิตจริงของนักร้องนำของวง FLAME นักร้องนำคนนี้มีชื่อเล่นว่าเก่งเป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่มวัยรุ่นเพราะเขามีอีกหลายๆผลงานเพลงที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่างเพลงแผ่วปลาย เพลงส่อแวว เพลงพวกนี้เป็นเพลงที่รู้จักกันดี แต่เพลงที่ฟังแล้วต้องหลั่งน้ำตาออกมาคือเพลงจุดธูปบอกแม่เพราะมันเป็นเพลงที่มีเค้าโครงเรื่องจริงจากชีวิตของเก่งนั้นเอง เพราะไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องจริงของเก่งแต่เนื้อเพลงยังไปโดนกับชีวิตหลายๆคนที่เสียแม่ไปแล้ว ในช่วงตลอดเวลาที่ก่อนจะถึงวันแม่ของทุกปี เก่งจะต้องนั่งคิดถึงแม่อยู่เสมอจนกระทั่งวันหนึ่งที่เพื่อนๆของเขาได้ตัดสินใจช่วยกันกับเก่งแต่งเพลงนี้ขึ้นมา ช่วงเวลาตอนเด็กของเก่งเค้าผูกพันกับแม่ของตัวเองมาก เพราะแม่ของเก่งคอยดูแลทุกอย่างกิจวัตรประจำวันไม่เคยที่ทำก็ทำร่วมกันตลอดไม่เคยห่างกันเลย เชื่อว่าหลายคนที่ฟังเพลงนี้แล้วเข้าใจความรู้สึกเพราะไม่ใช่มีเพียงแค่เก่งเท่านั้นที่เสียแม่ที่เป็นที่รักไป เพราะเมื่อเสียไปแล้วอาจจะเสียไปตลอดกาล ไม่สามารถย้อนเวลาไปได้ยิ่งหลับตาฟังแล้วน้ำตาไหลทุกครั้ง เพราะรู้ดีว่าการที่เสียคนที่สามารถเสียสละให้เราได้ทุกอย่าง ทำเพื่อเราได้ทุกอย่างแม่ไม่เคยคิดหวังสิ่งตอบแทนอะไรจากเราเลย แม่คือผู้ให้ เชื่อว่าหลายคนที่เจอกับตัวเองเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครที่ฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาไม่ไหล ท่อนที่ฟังแล้วเจ็บที่สุดคือ “จะเกิดชาติไหน…แค่ขอได้เป็นลูกแม่ไออุ่นแห่งความรักแท้อยากกอดแม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ในชาตินี้บุญลูกมีเพียงเสี้ยวหนึ่งฝากควันแห่งความคิดถึงกระซิบคำหนึ่งว่า ลูกรักแม่” เนื้อเพลงแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าในวันนี้เวลานี้ขณะที่ยังมีแม่อยู่ดูแลท่านให้ดีที่สุด ทำทุกอย่างที่ตอบแทนท่านได้อย่าทำให้ท่านต้องมีน้ำตา เพราะเมื่อเสียท่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขในอดีตได้อีกเลย ทำได้เพียงแค่ภาวนาว่าถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดมาเป็นลูกแม่อีกครั้ง แต่คงไม่มีใครอยากรอถึงชาติหน้า ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะเมื่อวันหนึ่งที่เราต้องจากกันกับท่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจอย่างวันนี้เลย

ที่มาของเพลงในตำนานนางวันทอง

ที่มาของเพลงในตำนานนางวันทอง

เพลงวันทองไม่ใช่แค่เป็นเพลงที่แต่งกันขึ้นมาแต่นำมาจากตำนานที่มีอยู่ในวรรณกรรมของเรื่องขุนช้าง-ขุนแผนเป็นเรื่องราวต่อๆกันมาในเนื้อเพลงมีการบอกเล่าเป็นฉากถ้านั่งหลับตาแล้วนึกภาพจินตนาการตามแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากเรื่องหนึ่งเลยเพราะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่าขานต่อกันมา ยังนับว่าเป็นเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนได้เป็นอย่างดี เรื่องมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งมีชื่อว่าพลายแก้วกำลังบวชเรียนวิชา ขณะบวชเรียนอยู่ก็พบรักกับหญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่านางพิม และไปลักลอบได้เสียกันกับนางพิม พลายแก้วจึงศึกออกหลังจากที่ได้เสียกันพลายแก้วก็แต่งกันอยู่กินกันเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป แต่ขุนช้างผู้ที่มีหน้าตาขี้เหร่แอบหลงรักนางพิมมานานโกรธแค้นและไม่ยอมเลิกรายังคงตามตื้อและคอยจ้องหาวิธีจะนำนางพิมมาเป็นของตัวเอง ในเวลาต่อมาพลายแก้วได้เข้ารับราชการและได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ชื่อว่าขุนแผนและออกรับราชการไปรบที่เชียงใหม่ เมื่อขุนแผนไปรบกลับมาบ้านพร้อมกับสาวเชียงใหม่อีกหนึ่งคน ในเวลาเดียวกันขณะที่ขุนแผนกำลังเดินทางกลับมาหานางพิม ขุนช้างจึงแต่งเรื่องโกหกขึ้นมาไปเที่ยวป่าวประกาศแถมยังบอกกับแม่ของนางพิมอีกด้วยว่าขุนแผนไปรบได้เสียชีวิตลงในสงครามแล้ว แม่ของนางพิมกลัวว่าลูกจะลำบากและเป็นม้ายจึงรับปากกับขุนช้างว่าจะยกลูกสาวคือนางพิมให้กับขุนช้าง พร้อมกับเปลี่ยนชื่อของนางพิมเป็น วันทอง ด้วยความที่วันทองรับปากกับแม่ไว้จึงได้เข้าเรือนหออีกครั้งกับขุนช้างแต่ก็ยังไม่เคยได้เสียกัน ไม่นานขุนแผนเดินทางมาถึงพร้อมสาวเชียงใหม่วันทองเองเห็นสามีก็ดีใจ แต่เมื่อหันไปเห็นสาวเชียงใหม่ที่สามีพามาด้วยก็เสียใจเป็นอย่างมาก จึงกลับไปนั่งร้องห่มร้องไห้ขุนช้างเมื่อได้จังหวะที่เหมาะจึงหาทางจัดการวันทองและเสียได้เสียกันใจที่สุด ขุนแผนเมื่อรู้เรื่องโกรธแค้นและไม่อยากเสียภรรยาที่เป็นที่รักไปจึงได้ไปทวงนางวันทองจากขุนช้างคืน หลังจากที่ขุนแผนพาวันทองหนีกลับมาอยู่ด้วยกัน ขุนช้างร้อนใจจึงรีบไปเข้าเฝ้าและฟ้องสมเด็จพระพันวษาหวังอยากได้วันทองคืนมา แต่เมื่อสมเด็จพระพันวษาเรียกขุนแผนเข้าเฝ้าพร้อมวันทองสอบถามหาความจริงและให้เลือกว่าวันอยากอยู่กับใครต้องเลือกเอาคนใดคนหนึ่งซึ่งวันทองบอกว่าเลือกไม่ได้เพราะขุนช้างก็ดีกับวันทองมากส่วนขุนแผนวันทองก็รักมากเช่นกัน สมเด็จพระพันวษาถามวันทองซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ยังตอบเหมือนเดิมจึงรู้สึกว่าวันทองหลายใจ เลือกใครไม่ได้สมเด็จพระพันวษาจึงมองว่าวันทองเป็นตัวปัญหาของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดจึงสั่งตัดหัวทิ้งเสีย ทั้งหมดนี้คือเนื้อเพลงวันทองเป็นของวงดนตรีที่มีชื่อว่า คนด่านเกวียน

รู้หรือไม่ว่าประวัติเพลงแม่สายเป็นมาอย่างไร

รู้หรือไม่ว่าประวัติเพลงแม่สายเป็นมาอย่างไร

เพลงแม่สายของวงดนตรีที่มีชื่อว่า คาราบาว ชื่อของเพลงแม่สายและเนื้อเพลงก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงที่อยู่ในภาคเหนือคนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่อำเภอแม่สายในจังหวัดเชียงรายมีเรื่องเล่าของเนื้อเพลงซึ่งตีออกมาได้ตรงไปตรงมาอยู่แล้วถ้านั่งฟังดีๆเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าใจอย่างมากมีเพราะชีวิตของผู้หญิงคนนี้เริ่มต้นมาจากบ้านที่มีฐานะยากจน ในเวลาต่อมามีนายหน้ามาติดต่อกับทางบ้านของผู้หญิงคนนี้ว่าจะขอซื้อตัวเด็กสาวที่พ่อ-แม่ของเขามีฐานะที่ค่อนข้างยากจนอดมื้อกินมื้อ และไม่มีที่นาจะไปหากินเหมือนกับบ้านอื่นเมื่อมีนายหน้ากลุ่มหนึ่งมาติดต่อพ่อ-แม่ของเด็กสาว เธอจึงตัดสินใจไปทำงานกับนายหน้ากลุ่มนี้ พ่อ-แม่ของเธอได้เงินจากนายหน้าก้อนโตก้อนหนึ่งแต่ไม่ได้มากมาย ซึ่งเธอจะต้องเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครติดตามไปรับใช้หนี้ที่พ่อ-แม่ของเธอได้แลกกับตัวเธอ งานของเธอคือการขายบริการซึ่งเธอไม่ได้เต็มใจมาเลยเธอโดนหลอกมา และในความคิดของเธอเคยคิดที่จะหนีเหมือนกันแต่เธอหนีมันไปไม่ได้เพราะเธอโดนขู่เอาไว้ ในเวลาต่อมาเธอจึงหันมาใช้ยาเสพติดเพื่อทำให้ร่างกายของเธอมึนเมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องไปนอนกับลูกค้าที่มาใช้บริการเธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกหรือรู้สาอะไรมากมายเพราะฤทธิ์ของยาเสพติดมันจะช่วยเธอได้เป็นอย่างดี ตลอดเวลาที่เธอทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานครเธอก็เริ่มติดยาเสพติดจนเธอเริ่มห่างเหินกับที่บ้าน จากปกติถึงเธอจะไม่ได้ติดต่อกับที่บ้านโดยตรงแต่เธอก็ส่งเงินให้ที่บ้านได้ใช้ไม่ขาดมือ เมื่อเวลาผ่านไปพ่อ-แม่ของเธอล้มป่วยและเขียนจดหมายติดต่อกับเธอมาแต่มันก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จดหมายจะมาถึงเธอ หลังจากที่เธอได้รับจดหมายเธอจึงรู้ว่าพ่อ-แม่ไม่สบายมากเธอจึงรีบเดินทางกลับบ้านไปที่แม่สาย แต่เธอมาถึงบ้านสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงมันก็เกิดขึ้นพ่อ-แม่เธอเสียชีวิตด้วยโรคชรา ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้เพียงแค่นั่งฟังเสียงพระสวดศพพ่อ-แม่ เธอทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เรื่องราวจากเธอมันช่างน่าเศร้าและสลดใจจริง เพลงนี้ไม่ใช่แค่เพียงเนื้อหาที่เศร้าแต่ดนตรีประกอบมันช่างกินใจมากจริงๆ